PRODUCTS & SERVICES
FINANCE SOLUTIONS
AFTER MARKET SOLUTIONS
USED EQUIPMENT
OUR NETWORKS
 

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ประกาศ บริษัท ยูไนเต็ดมอเตอร์เวิกส์ (สยาม) จำกัด (มหาชน) และ
บริษัท ยูไนเต็ด แคปปิตอล อิควิปเม้นท์ จำกัด
เรื่อง นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

           บริษัท ยูไนเต็ดมอเตอร์เวิกส์ (สยาม) จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ยูไนเต็ด แคปปิตอล อิควิปเม้นท์ จำกัด โดยในนโยบายนี้ให้เรียกว่า “บริษัท” ยึดมั่นการดำเนินการทางธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ เคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย และตระหนักถึงการได้รับความไว้วางใจจากผู้ที่ติดต่อประสานงาน ผู้มาใช้บริการ หรือผู้ที่มาสมัครงานกับบริษัท ดังนั้น ทางบริษัทจึงให้ความสำคัญด้านการเคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวของท่าน และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทางบริษัทได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในการดำเนินงานของทุกกิจกรรมของบริษัทด้วยมาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ท่านได้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้ให้กับทางบริษัทไว้จะได้รับความคุ้มครอง และจะถูกนำไปใช้ตรงตามความประสงค์ของท่านและถูกต้องตามกฎหมาย

           ประกาศนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ อธิบายถึงวิธีการรวบรวมและนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ซึ่งอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act B.E. 2562 : PDPA)

           ในนโยบายนี้ประกอบด้วยวิธีการและเหตุผลในการรวบรวม การจัดเก็บ การใช้โอน ข้อมูล ส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมทั้งช่องทางติดต่อบริษัท และหน่วยงาน ที่มีหน้าที่กำกับดูแลในกรณีที่มีการร้องเรียน

           บริษัทมีความประสงค์ที่จะรวบรวมการจัดเก็บ การใช้และรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่างเกี่ยวกับผู้ที่มาใช้บริการ การดำเนินการควบคุมจะอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ของ PDPA และรับผิดชอบในฐานะ “ผู้ควบคุม” ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว

 

เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง

           ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับบุคคลที่สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ แต่ไม่รวมถึงข้อมูลที่ไม่มีการระบุรายละเอียดข้อมูลของเจ้าของข้อมูลที่ชัดเจน ทำให้มีความเสี่ยงที่ข้อมูลจะรั่วไหลน้อยมาก (ข้อมูลนิรนามที่ไม่ระบุตัวตน) บริษัทจะแยกการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลออกเป็นสองส่วนซึ่งสามารถดูรายละเอียด ดังนี้

 

บุคคลภายนอก
รายละเอียดส่วนบุคคล:

• ชื่อ-นามสกุล
• หลักฐานประจำตัวและที่อยู่ (รวมถึงรายละเอียดเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือหนังสือเดินทาง)
• รายละเอียดใบอนุญาตขับขี่ยานพาหนะ (หากมี)
• ประวัติสุขภาพ
• ภาพถ่าย และบันทึกวิดีโอ

รายละเอียดหน่วยงานที่มาติดต่อ:

• ชื่อหน่วยงานที่มาติดต่อ
• บุคคลที่มาติดต่อ
• หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อนายจ้าง
• ช่วงเวลาที่มาติดต่อ

บันทึกความปลอดภัยทางกายภาพ:

• ภาพจากกล้องวงจรปิด: ภาพของบุคคลที่สามารถระบุตัวตนที่มาใช้พื้นที่ของบริษัท
• รูปถ่าย: ภาพถ่ายจะถูกใช้เพื่อระบุตัวตนเมื่อรับบัตรเข้าพื้นที่
บุคคลในองค์กร

รายละเอียดส่วนบุคคล:

• ชื่อ-นามสกุล
• วัน เดือน ปีที่เกิด
• ที่อยู่
• หลักฐานบัตรประจำตัวประชาชนและที่อยู่ (รวมถึงรายละเอียดเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือหนังสือเดินทาง)
• สัญชาติ ศาสนา
• หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ
• อีเมลส่วนตัว
• สถานภาพการสมรส
• ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
• เอกสารเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล
• สูติบัตร
• ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ และหลักฐานขออนุญาตใช้ยานพาหนะ
• รายละเอียดของบุคลิกภาพและน้ำหนักส่วนสูง
• กิจกรรมยามว่างและความสนใจ
• ภาพถ่าย และบันทึกวิดีโอ

รายละเอียดของครอบครัว:

• ชื่อคู่สมรส (รวมหมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่)
• ชื่อสมาชิกในครอบครัวที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน

เอกสารต้องใช้ภายใต้กฎหมายไทย:

• หมายเลขประจำตัวประชาชน
• รายละเอียดที่อยู่อาศัยปัจจุบัน

ค่าตอบแทนและข้อมูลสถานภาพการเป็นพนักงาน:

• ตำแหน่งปัจจุบัน
• ประวัติการทำงาน และกาตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
• ข้อมูลติดต่อที่ทำงาน (รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่อีเมล)
• ผลการตรวจสุขภาพ (ข้อมูลการตรวจสอบสารเสพติด ยา และแอลกอฮอล์ ข้อมูลโรคประจำตัว และสาเหตุที่ไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้)
• สถานที่ทำงานเดิมเพื่อการอ้างอิง
• ภาพถ่ายของคุณ

ข้อมูลการจ่ายเงินเดือน:

• สมุดบัญชีธนาคาร

การบริหารจัดการบุคคล/ประวัติส่วนตัว:

• รายละเอียดที่มีอยู่ในใบสมัครและประวัติส่วนตัวที่ให้ไว้กับบริษัท (แบบดิจิทัลหรือเป็นหนังสือเอกสาร) รวมถึงประวัติการจ้างงานก่อนหน้านี้ คุณสมบัติทางวิชาชีพ การอ้างอิง การพัฒนาอาชีพ และการวิเคราะห์ ทักษะ การฝึกอบรม การเปลี่ยนแปลแผนก ผลการปฏิบัติงาน และข้อมูลการเทียบ

การบันทึกภาพเพื่อความปลอดภัย:

• ภาพจากกล้องวงจรปิด: ภาพของบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้จากพื้นที่อาคารของบริษัท
• ข้อมูลไบโอเมตริกซ์ (ลายนิ้วมือ) สำหรับใช้กับเครื่องการสแกนลายนิ้วมือ
• รูปถ่าย: ภาพที่ใช้บนบัตรประจำตัวพนักงานเพื่อวัตถุประสงค์ในการระบุตัวตน

บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอย่างไร

          ทางบริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเฉพาะในส่วนที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อนุญาตให้เท่านั้น การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลจะมีกรณี ดังต่อไปนี้

บุคคลภายนอก

• เพื่อลงทะเบียนเป็นผู้ติดต่อประสานงาน
• เพื่อออกบัตรประจำตัวผู้ติดต่อประสานงาน
• เพื่อการจัดการด้านสุขภาพและความปลอดภัยสำหรับพนักงานและพื้นที่ของบริษัท
• ปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมายและข้อบังคับใด ๆ ที่บังคับใช้บริษัท
• การจัดตั้งใช้สิทธิหรือปกป้องสิทธิตามกฎหมายของบริษัทสำหรับการดำเนินงานที่ชอบด้วยกฎหมายของธุรกิจของบริษัท ให้รวมถึงการจัดการและการวางแผนธุรกิจ การตรวจสอบและการบัญชี
• ข้อมูลนามบัตร

บุคคลในองค์กร

• เพื่อดำเนินงาน สนับสนุน ในการบริหารและการจัดการทรัพยากรบุคคล (รวมถึงการสรรหา การบริหารเงินเดือน การบริหารพนักงาน การจัดการการเรียนรู้ การบริหารผลงาน การจัดเก็บข้อมูล การรายงานค่าใช้จ่าย การบริหารสิทธิประโยชน์ และข้อมูลการจ้างงาน)
• จัดการสัญญาการจ้างงาน
• เพื่อทำการสำรวจความพึงพอใจเพื่อรักษาการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อจัดทำประวัติส่วนตัวของผู้สมัครและการประเมินความเหมาะสม
• เพื่อจัดการบันทึกด้านสุขภาพและความปลอดภัย รวมทั้งการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล
• เพื่อนำส่งข้อมูลให้กับประกันสังคม
• เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการทำประกันสุขภาพกลุ่มให้กับพนักงาน
• เพื่อเป็นข้อมูลในการทำธุรกรรมทางการเงินของพนักงาน
• เพื่อทำการเบิกจ่ายเช็คเงินเดือน
• เพื่อส่งต่อและการจัดการด้านอาชีวอนามัย
• เพื่อการตรวจสอบความปลอดภัย การตรวจประวัติอาชญากรรม การตรวจสอบเครดิตและการปลอดอาชญากรรม (หากบังคับและอนุญาตตามกฎหมาย)
• เพื่อเป็นการยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับประวัติย่อและจดหมายนำต่าง ๆ จดหมายอ้างอิงและการตรวจสอบผลงานในอดีต
• เพื่อการจัดการพนักงานและการเลื่อนตำแหน่ง
• เพื่อการให้ข้อมูลพนักงานแก่ลูกค้า หน่วยงาน ตัวแทน และผู้จัดจำหน่าย เพื่อการให้บริการของบริษัท
• เพื่อการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดและการรักษาความปลอดภัยในบริเวณพื้นที่ของบริษัท
• เพื่อการจัดการด้านธุรกิจรวมถึงการบัญชีและการตรวจสอบ
• เพื่อการปฏิบัติตามขั้นตอน กฎหมายและข้อบังคับใด ๆ ที่บังคับใช้กับบริษัท
• เพื่อตรวจสอบการดำเนินการและจัดเก็บประวัติการฝึกอบรม
• เพื่อการวางแผนการจัดการงาน – รวมถึงการเตรียมการเดินทางและที่พัก
• เพื่อการใช้ก่อสิทธิ การใช้สิทธิ การปกป้องสิทธิตามกฎหมายของบริษัท และเพื่อการดำเนินธุรกิจโดยชอบด้วยกฎหมาย

บริษัทต้องการความยินยอมจากท่านอย่างไร

           บางกรณีบริษัทไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หากบริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลตามนโยบายที่เป็นลายลักษณ์อักษรของบริษัท เพื่อปฏิบัติตามทางกฎหมาย แต่ในบางกรณีทางบริษัท อาจจำเป็นต้องติดต่อเจ้าของข้อมูลเพื่อขอความยินยอมเป็นหนังสือ เพื่อขออนุญาตเจ้าของข้อมูลให้บริษัทสามารถใช้ข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนบางอย่างโดยเฉพาะ โดยบริษัทจะอธิบายให้ทราบถึงรายละเอียดและเหตุผลในการใช้ข้อมูลที่บริษัทต้องการ เพื่อที่เจ้าของข้อมูลจะได้พิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะให้ความยินยอมหรือไม่

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกเก็บไว้นานเพียงใด

           บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไว้นานเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่บริษัทรวบรวมข้อมูลนั้นไว้ รวมถึงวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎหมาย ด้านการบัญชี หรือด้านการรายงานต่าง ๆ

           บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นระยะเวลาที่จำเป็นตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในบางกรณีบริษัทอาจแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลในรูปแบบนิรนาม เพื่อไม่ให้สามารถเชื่อมโยงกับเจ้าของข้อมูลได้ ซึ่งในกรณีนี้บริษัทอาจใช้ข้อมูลดังกล่าวโดยไม่ต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบ

สิทธิของท่านมีอะไรบ้าง

           ภายใต้กฎหมาย PDPA เจ้าของข้อมูลมีสิทธิสำคัญโดยมีรายละเอียด ดังนี้

           -การร้องขอเข้าถึงข้อมูลตนเอง เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะร้องขอการเข้าถึงข้อมูลของตนเอง และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ตามประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้

           -การร้องขอแก้ไข เจ้าของข้อมูลสามารถร้องขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ให้ไว้กับทางบริษัทในข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง

           -การร้องขอลบข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลมีสิทธิร้องขอให้ทางบริษัทลบข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่บริษัทจะใช้ประมวลผลใด ๆ นอกจากนี้ เจ้าของข้อมูลยังมีสิทธิร้องขอให้ทางบริษัทลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการคัดค้านขั้นตอนการประมวลผล

          -คัดค้านขั้นตอนการประมวลผล เจ้าของข้อมูลสามารถร้องขอให้หยุดขั้นตอนการประมวลผลที่ทางบริษัทนำข้อมูลของเจ้าของข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดแบบขายตรง

          -คัดค้านการตัดสินใจ เจ้าของข้อมูลมีสิทธิคัดค้านวิธีการอัตโนมัติใด ๆ ของบริษัทที่เมื่อนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้แล้วมีผลกระทบหรือมีนัยยะทางกฎหมายต่อเจ้าของข้อมูล

          -คัดค้านในสถานการณ์อื่น ๆ เจ้าของข้อมูลมีสิทธิคัดค้านในการที่บริษัทจะนำข้อมูลของตนไปประมวลผลในเรื่องอื่น ๆ อย่างต่อเนือง

          -การร้องขอให้โอนถ่ายข้อมูล เจ้าของข้อมูลมีสิทธิร้องขอให้ทางบริษัทโอนถ่ายข้อมูลส่วนบุคคลไปยังหน่วยงานอื่น หรือบุคคลอื่นได้

          -การถอนความยินยอม เจ้าของข้อมูลมีสิทธิถอนความยินยอมนำข้อมูลส่วนบุคคลไปประมวลผลในเรื่องต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา โดยจะมิได้มีผลต่อความชอบทางกฎหมายในเรื่องที่ได้ทำไปก่อนการถอนความยินยอมของเจ้าของข้อมูล อย่างไรก็ตามหากเจ้าของข้อมูลได้ถอนความยินยอมไปแล้วบริษัทอาจจะไม่สามารถขายสินค้าหรือให้บริการกับเจ้าของข้อมูลได้ ดังนั้นทางเจ้าของข้อมูลควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนการถอนความยินยอม

         ในกรณีทีเจ้าของข้อมูลให้ความยินยอมในการรวบรวม การประมวลผล และโอนข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง เจ้าของข้อมูลมีสิทธิทีจะเพิกถอนความยินยอมนั้นได้ตลอดเวลา

         หากต้องการถอนความยินยอม เมื่อบริษัทได้รับการแจ้งจากเจ้าของข้อมูลว่ามีความต้องการที่จะถอนความยินยอมแล้ว บริษัทจะไม่ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลมีสิทธิถอนความยินยอมไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของข้อมูล เว้นแต่ว่าทางบริษัทจะมีฐานตามกฎหมายอื่นที่สามารถดำเนินการได้

หากท่านต้องการใช้สิทธิเหล่านั้นโปรด:

o โทรหรือเขียนถึงเราที่ email : corporate@umwsiam.com
o ให้เรามีข้อมูลเพียงพอที่จะระบุตัวท่าน
o แจ้งหลักฐานยืนยันตัวตนและที่อยู่ของท่าน (สำเนาประชาชนหรือสำเนาใบขับขี่)
o แจ้งให้เราทราบถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำขอของท่าน

           ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลให้ความยินยอมในการรวบรวม การประมวลผล และโอนข้อมูล ส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง เจ้าของข้อมูลมีสิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอมนั้นได้ตลอดเวลา
หากต้องการถอนความยินยอมโปรดติดต่อ corporate@umwsiam.com เมื่อบริษัทได้รับการแจ้งจากเจ้าของข้อมูลว่ามีความต้องการที่จะถอนความยินยอมแล้ว บริษัทจะไม่ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลมีสิทธิถอนความยินยอมไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของข้อมูล เว้นแต่ว่าทางบริษัทจะมีฐานตามกฎหมายอื่นที่สามารถดำเนินการได้

การรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ปลอดภัย

           บริษัทมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อปองกันมิให้ข้อมูลส่วนบุคคลสูญหายโดยไม่ได้ตั้งใจหรือถูกใช้หรือเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ทางบริษัทได้จำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลทุกคน เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นต้องรู้ในทางธุรกิจเท่านั้น ผู้ประมวลผลข้อมูลจะดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นและมีหน้าที่ในการรักษาความลับ

           นอกจากนี้ บริษัทยังมีขั้นตอนในการจัดการกับข้อสงสัยในการละเมิดความปลอดภัยของข้อมูลที่บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลและคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงการละเมิดความปลอดภัยของข้อมูลที่น่าสงสัยซึ่งบริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

           บริษัทได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer : DPO) เพื่อดูแลการปฏิบัติตามประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ หากท่านมีคำถามใด ๆ เกี่ยวกับประกาศนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ หรือเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อ DPO ทางอีเมล corporate@umwsiam.com หมายเลขโทรศัพท์ 02 033 5959

การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและหน้าที่เจ้าของข้อมูลในการแจ้งให้บริษัททราบหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล

            บริษัทสงวนสิทธิในการปรับปรุงและแก้ไขนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดย บริษัทจะแจ้งนโยบายฉบับใหม่ในเว็บไซต์ www.umwsiam.com
ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป

มร. อาซึชิ โตมิตะ
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ยูไนเต็ดมอเตอร์เวิกส์ (สยาม) จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ยูไนเต็ด แคปปิตอล อิควิปเม้นท์ จำกัด